กฎหมายภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และปี 2569 ก็มีหลายประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการและนักบัญชีโดยตรง หากติดตามไม่ทัน อาจพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติงานได้ จากการบรรยายของ อาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการบัญชีภาษีอากร มีสาระสำคัญที่ควรรู้และนำไปปรับใช้ในการวางแผนภาษี ดังนี้
หนึ่งในข่าวดีของปีนี้ คือ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 797 ที่กำหนดให้นิติบุคคลที่ประกอบกิจการตามเงื่อนไขในเขตเศรษฐกิจพิเศษ สามารถเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเพียง 10% เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในภูมิภาค ถือเป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการควรศึกษา เพราะอาจช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ
อีกมาตรการที่น่าสนใจคือ กฎกระทรวงฉบับที่ 400 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีนำค่าซื้อผลงานศิลปะของศิลปินไทยมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2570 นอกจากจะเป็นการสนับสนุนวงการศิลปะไทยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง
สำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านศิลปะ มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้กับเงินได้ตามมาตรา 40(6) โดยเพิ่มอัตราหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจาก 30% เป็น 60% และไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านหรือสถานประกอบการ เพียงใช้ความสามารถในวิชาชีพและมีผู้ว่าจ้าง ก็สามารถเข้าเงื่อนไขได้ ถือเป็นการช่วยลดภาระภาษีให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน คือเรื่องการตีความเงินได้ตามมาตรา 40(6) ให้กลับไปเป็นมาตรา 40(2) ซึ่งอาจารย์สุเทพย้ำว่า หลักกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า "กฎหมายพิเศษย่อมใช้บังคับก่อนกฎหมายทั่วไป" เมื่อเงินได้เข้าองค์ประกอบของวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) แล้ว ไม่ควรนำไปตีความย้อนกลับเป็นมาตรา 40(2) เพราะมาตรา 40(6) เป็นบทบัญญัติเฉพาะสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ นักกฎหมาย วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี และผู้ประกอบวิชาชีพประณีตศิลป์
อาจารย์ยังแนะนำวิธีจำการจำแนกประเภทเงินได้แบบง่าย ๆ คือ หากเป็นการ รับทำงานโดยใช้แรงงาน จะเข้ามาตรา 40(2) หากเป็นการ ใช้ความรู้ในวิชาชีพอิสระ จะเป็นมาตรา 40(6) หากมีการจัดหาวัสดุหรือรับเหมา จะเป็นมาตรา 40(7) และหากดำเนินงานในลักษณะธุรกิจเต็มรูปแบบ มีสำนักงาน พนักงาน และต้นทุนในการบริหารจัดการ ก็มีแนวโน้มเข้ามาตรา 40(8) การจำแนกประเภทเงินได้ให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณภาษีและสิทธิในการหักค่าใช้จ่าย
อีกหัวข้อที่น่าสนใจคือการเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ปัจจุบันภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% และเมื่อรวมภาษีจากเงินปันผลแล้ว ภาระภาษีรวมอยู่ที่ประมาณ 28% ขณะที่บุคคลธรรมดามีอัตราภาษีสูงสุดถึง 35% ดังนั้น หากกิจการมีกำไรสุทธิตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ก็ควรเริ่มพิจารณาว่าการจัดตั้งบริษัทจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนภาษีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจควรพิจารณาปัจจัยด้านธุรกิจ การขยายกิจการ และข้อกำหนดของคู่ค้าร่วมด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะเรื่องอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว
อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยทราบ คือ ค่าสินไหมทดแทนจากภัยพิบัติ นอกจากบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42(13) แล้ว นิติบุคคลก็ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นกันตาม พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 527 โดยยกเว้นในส่วนของมูลค่าทรัพย์สินหลังหักค่าเสื่อมราคา ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่หลายกิจการอาจมองข้าม
สุดท้าย สิ่งที่นักบัญชีควรตระหนักคือ บทบาทในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการจัดทำบัญชีหรือยื่นแบบภาษี แต่ต้องเป็นที่ปรึกษาที่สามารถตีความกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ช่วยลูกค้าวางแผนภาษี ลดความเสี่ยง และใช้สิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนดได้อย่างครบถ้วน เพราะการเข้าใจหลักกฎหมายอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยประหยัดภาษี แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
LW Pro Accounting พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ เพราะการทำบัญชีที่ดี ไม่ใช่เพียงการบันทึกตัวเลข แต่คือการใช้ข้อมูลและกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจในทุกช่วงของการเติบโต.
อีกมาตรการที่น่าสนใจคือ กฎกระทรวงฉบับที่ 400 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีนำค่าซื้อผลงานศิลปะของศิลปินไทยมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2570 นอกจากจะเป็นการสนับสนุนวงการศิลปะไทยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง
สำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านศิลปะ มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้กับเงินได้ตามมาตรา 40(6) โดยเพิ่มอัตราหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจาก 30% เป็น 60% และไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านหรือสถานประกอบการ เพียงใช้ความสามารถในวิชาชีพและมีผู้ว่าจ้าง ก็สามารถเข้าเงื่อนไขได้ ถือเป็นการช่วยลดภาระภาษีให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน คือเรื่องการตีความเงินได้ตามมาตรา 40(6) ให้กลับไปเป็นมาตรา 40(2) ซึ่งอาจารย์สุเทพย้ำว่า หลักกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า "กฎหมายพิเศษย่อมใช้บังคับก่อนกฎหมายทั่วไป" เมื่อเงินได้เข้าองค์ประกอบของวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) แล้ว ไม่ควรนำไปตีความย้อนกลับเป็นมาตรา 40(2) เพราะมาตรา 40(6) เป็นบทบัญญัติเฉพาะสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ นักกฎหมาย วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี และผู้ประกอบวิชาชีพประณีตศิลป์
อาจารย์ยังแนะนำวิธีจำการจำแนกประเภทเงินได้แบบง่าย ๆ คือ หากเป็นการ รับทำงานโดยใช้แรงงาน จะเข้ามาตรา 40(2) หากเป็นการ ใช้ความรู้ในวิชาชีพอิสระ จะเป็นมาตรา 40(6) หากมีการจัดหาวัสดุหรือรับเหมา จะเป็นมาตรา 40(7) และหากดำเนินงานในลักษณะธุรกิจเต็มรูปแบบ มีสำนักงาน พนักงาน และต้นทุนในการบริหารจัดการ ก็มีแนวโน้มเข้ามาตรา 40(8) การจำแนกประเภทเงินได้ให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณภาษีและสิทธิในการหักค่าใช้จ่าย
อีกหัวข้อที่น่าสนใจคือการเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ปัจจุบันภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% และเมื่อรวมภาษีจากเงินปันผลแล้ว ภาระภาษีรวมอยู่ที่ประมาณ 28% ขณะที่บุคคลธรรมดามีอัตราภาษีสูงสุดถึง 35% ดังนั้น หากกิจการมีกำไรสุทธิตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ก็ควรเริ่มพิจารณาว่าการจัดตั้งบริษัทจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนภาษีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจควรพิจารณาปัจจัยด้านธุรกิจ การขยายกิจการ และข้อกำหนดของคู่ค้าร่วมด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะเรื่องอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว
อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยทราบ คือ ค่าสินไหมทดแทนจากภัยพิบัติ นอกจากบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42(13) แล้ว นิติบุคคลก็ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นกันตาม พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 527 โดยยกเว้นในส่วนของมูลค่าทรัพย์สินหลังหักค่าเสื่อมราคา ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่หลายกิจการอาจมองข้าม
สุดท้าย สิ่งที่นักบัญชีควรตระหนักคือ บทบาทในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการจัดทำบัญชีหรือยื่นแบบภาษี แต่ต้องเป็นที่ปรึกษาที่สามารถตีความกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ช่วยลูกค้าวางแผนภาษี ลดความเสี่ยง และใช้สิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนดได้อย่างครบถ้วน เพราะการเข้าใจหลักกฎหมายอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยประหยัดภาษี แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
LW Pro Accounting พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ เพราะการทำบัญชีที่ดี ไม่ใช่เพียงการบันทึกตัวเลข แต่คือการใช้ข้อมูลและกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจในทุกช่วงของการเติบโต.
